รีวิวเที่ยวเชียงราย 3 คืน 3 โรงแรม 3 สไตล์

Image

เนื่องจากได้มีโอกาสไปทำงานที่เชียงราย เลยถือโอกาสวันหยุดยาวเมื่อวันที่ 22-25 พ.ค. 56 พาครอบครัวไปพักผ่อนด้วย ทุกการเดินทางไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน รถเช่า และโรงแรมทั้งหมดใช้บริการผ่าน www.zizzee.com เว็บเดียวครบจริงๆ (แอบนำเสนอนิดนึง เพราะเป็นผู้สนับสนุนการเดินทางครั้งนี้ในบางส่วนของทริป)

เริ่มการเดินทางด้วยสายการบิน AirAsia โชคดีได้โปรมา ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองด้วย flight FD3203 07:55 บินสู่สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ด้วยเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เราเลยถึงก่อนเวลา เอาสิ แล้วจะทำอะไรดีที่พักเช็คอินได้ 14.00 น. ตามเวลาปกติ เลยไปนั่งจิบกาแฟดอยตุงสักหน่อย ที่กรุงเทพมีไม่เคยกิน ต้องบินมากินไกลถึงเชียงรายยยยย 55555

นั่งอยู่ได้ไม่นานตัดสินใจเรียกแท็กซี่สนามบิน ไปนั่งรอเช็คอินที่รีสอร์ทดีกว่า ค่าเดินทางจากสนามบินไปรีสอร์ท 200 บาท โชคดีไปถึง ผจก. ของอัมรินทร์ รีสอร์ท ได้ clear ห้องไว้ให้เรียบร้อยแล้ว น่ารักมากเลย มาต้อนรับพร้อม welcome drink เป็นน้ำส้มค่ะ คืนแรกเราพักกันที่นี่ค่ะ อัมรินทร์ รีสอร์ท เชียงราย ราคาคืนละ 1090 บาทสำหรับห้อง Deluxe Villa และ 980 บาทห้อง Superior  ลองเข้าไปเช็คราคากันได้ค่ะ อัมรินทร์ รีสอร์ท 

   

หลังจากได้เช็คอิน ก็เริ่มหิวขึ้นมา ให้ทางรีสอร์ท เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พี่แท็กซี่น่ารักมากเลยเก็บเบอร์ไว้แล้วเรียกใช้บริการพี่เขาตลอด 2 วันเลยค่ะ

เราไปทานมื้อเที่ยงกันที่ร้านอาการสบันงา เป็นร้านอาหารเมือง มื้อนี้เราทานอาหารเมืองกันค่ะเพราะไม่เคยทานแต่คุณสามีไม่ค่อยปลื้มเพราะแกไม่ถูกปากอาหารเหนือ เลยได้ทานอาหารเหนือแค่ 1 มื้อเอง แต่ส่วนตัวเราชอบนะอร่อยดี

ออเดิฟเมือง

แกงแคคั่วไก่ อร่อยมากชอบๆ

ลาบคั่ว

เสร็จแล้วก็ทิ้งคุณพ่อกับคุณลูกไว้ให้ไปเที่ยวเชียงรายกันเอง ส่วนตัวเราเองก็ออกไปทำงานเยี่ยมพบผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน และได้แวะที่ร้านกาแฟจอมพล ซึ่งเป็นบ้านพักของจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ร้านแกแฟน่ารักๆ บรรยากาศดี กาแฟอร่อยขอแนะนำเลยสำหรับคอกาแฟ ต้องสั่ง “กาแฟจอมพล” อร่อยๆ เข้มแบบนุ่มๆ

  

ซึ่งด้านในจัดเป็นห้องแสดง ไว้ด้วยสวยดีค่ะ

 

ที่รีสอร์ทมีรถกอล์ฟ ขับพาไปส่งหน้าปากซอยมีร้านอาหารเรียงรายกันอยู่ 3 ร้าน รับรองมาที่นี่เรื่องอาหารการกินไม่ลำบาก ร้านแรกเป็นร้านอาหารจีนยูนาน ร้านถัดไปเป็นร้านอาหารเมือง ชื่อหลู้หลำ แต่ร้านที่เราเลือกสำหรับมื้อเย็นวันนี้คือ ลีลาวดี เป็นร้านอาหารธรรมดา บรรยากาศดี ริมแม่น้ำกก

   

จบวันแรกยังไม่ค่อยมีอะไรมาก ตื่นเช้าขึ้นมาก็ได้เวลาอาหารเช้า ที่อัมรินทร์ จะจัด buffet พวก ชา กาแฟ ขนมปังปิ้ง ผลไม้ ไว้ให้ค่ะ แล้วเลือก main set ว่าจะรับเป็นข้าวต้มหรือ American breakfast จ้า บ้านนี้ขอทั้ง 2 แบบเลยจ้า

 

มื้อเช้าเราทานไม่ทันเพราะพี่แท็กซี่มารับเร็วเลยต้องไปทำงานก่อน แต่คุณพ่อ กับคุณลูกซัดกันซะพุงกางเลย

แล้วคุณพ่อก็จัดการแพ็คกระเป๋า เรียกพี่แท็กซี่คันเดิมพาไปเช็คอินที่พักสำหรับคืนที่ 2 คืนนี้เราเลือกพักที่ โรงแรม รสา บูติค ที่นี่เราได้ราคาโปรโมชั่นมา 1,300 บาท ลองเข้าไปเช็คราคากันดูนะจ๊ะที่ โรงแรม รสา บูทีค (Rasa Boutique Hotel) โรงแรมจะอยู่ติดถนนพหลโยธินไม่ไกลจากห้าแยกพ่อขุ่น เดินทางสะดวก สามารถเดินไปหาอะไรกินแถวๆ ห้าแยกพ่อขุนได้ ที่นี่มาต้อนรับพร้อม welcome drink เป็นน้ำอะไรสักอย่างเพราะไม่ได้เป็นคนเช็คอิน แต่คุณพ่อบอกว่าคุณลูกซดหมด 2 แก้วเลยค่ะ

 

อาหารการกินที่รสา มื้อเที่ยงกินที่ร้านของโรงแรม เลือกสั่งผัดไทปู คาปูชิโน ช็อกโกแล็ตเย็น

ตกเย็นเราทำงานเสร็จรีบสลัดคราบ แล้วออกเดินทางทัวร์ในเมืองสักหน่อย เริ่มที่แรก มาเชียงรายยังไม่ได้สักการะพ่อขุนเม็งรายเลย ก็เลยแวะไปไหว้ท่านสักหน่อย

เดินเท้าไปเรื่อยๆ กะจะไปจนกว่าจะเจอรถตุ๊กๆ พระเจ้าจอช เดินมาแทบไกลไม่เจอเลย ขอแวะเติมพลังที่ร้านกาแฟวาวีก่อนละกัน ส่วนเจ้าตัวเล็กก็เพลินกับไอศครีมนมหนองโพ คุณพ่อจุใจกับเอแคใส้ครีมเยอะมากกกกก



 

เดินไปเรื่อยๆ จนขาจะลาก พอดีพี่ตุ๊กๆคันหนึ่งโบกมือเรียกไว้ บอกว่ารอก่อนเดี๋ยวมารับ พอดีแกมีผู้โดยสารอยู่ โชคดีไป เลยได้นั่งรถไปลงแถวๆ หอนาฬิกา ค่าเสียหาย 60 บาท ขอบอกแพงไปนะ 40 ก็อยู่แล้ว เรียกเราตั้ง 60 บาท พี่แกบอกว่าแถวนี้ไม่ค่อยมีรถโดยสาร อะนะ ช่วงรอเวลาขอเติมพลังด้วยข้าวต้มและขนมครกโบราณ(อร่อยมาก) ก่อนนะคะ พอ 1 ทุ่มตรงก็ได้ภาพบรรยากาศหอนาฬิกาเปลี่ยนสี

จบก็เดินไปไนท์บาร์ซ่าเสียดายฝนตกเลยไม่ได้เก็บภาพมาฝาก พอฝนหยุดก็นั่งตุ๊กๆ กลับไปห้าแยกพ่อขุนหาของกิน รอบนี้ตุ๊กๆ คิดแค่ 40 บาทเองเห็นไหม ขาไปใกล้กว่าด้วยคิด 60 ชิ

ก๋วยเตี๋ยวไข่คลุก ห้าแยกพ่อขุนเม็งราย

จบไปอีก 1 วันเบาๆ พรุ่งนี้แหละ start การท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ตื่นเช้าขึ้นมาอาการเช้าที รสา สุดยอดมากค่ะ เป็น American breakfast buffet ค่ะ อ้าวแล้วเด็ดตรงไหน สุดยอดตรงที่เสริฟพร้อมกาแฟสดฟองนมเนื้อนุ่มหอมอร่อยค่ะ มันสุดยอดตรงนี้แหละ สำหรับคนทีไม่ทานกาแฟเขาก็มีชาร้อน โกโก้ร้อนเสริฟแทนค่ะ ส่วนของร้านอาหารตกแต่งได้สวยหรูค่ะ

อิ่มแล้วก็ขึ้นไปจัดของเตรียมเช็คเอาท์ค่ะ วันนี้เราจะขับรถเที่ยวกันค่ะ ได้ทำการจองรถผ่าน zizzee.com มาเรียบร้อยแล้ว บอกแล้วว่าเว็บเดียวครบเรื่องท่องเที่ยว เข้าเว็บเดียวจองได้ทุกบริการเลยไม่ต้องไปทีอื่นๆ อีกหลายๆที่กว่าจะได้ครบทั้งทริปเหนื่อยแย่  เราเลือกรับรถที่สนามบิน ได้ของ sixt rent a car มาค่ะ เราจองบริโอไว้เพราะอยากขับมากแต่เสียดายพอไปถึงบริโอไม่มีเขาแอดวานซ์ให้เป็น new city แทน พอได้รถก็ออกจากสนามบินเลี้ยวขวาตั้งใจจะไปเที่ยวแม่สายค่ะ พอดีนัดเพื่อนในแกงค์ไว้ และอยากลองข้ามไป ตปท. บ้าง อิอิ กะไว้ว่าจะขับไปเรื่อยๆ เจอที่เที่ยวที่ไหนแวะที่นั่น ที่แรกที่เราแวะเป็นวัดค่ะพอดีขับมาระหว่างทางแล้วเห็นป้ายบอกทางไปวัดไหว้หลวงพ่อทันใจ และพอดีเป็นวันพระขอแวะขึ้นไปไหว้พระทำบุญหน่อยนะคะ

ทางขึ้นวัดไปไหว้พระ ใช่หรือเปล่านะไม่แน่ใจ เพราะไปที่ไหนก็เจอแต่ทางอย่างงี้ พอดีเป็นคนขับไม่ได้เป็นคนถ่าย แต่เป็นคนมาโพส 5555

รถคู่ใจประจำทริปนี้

จูงมือกันไปไหว้พระนอน

ไหว้พระนอน

หลวงพ่อทันใจ

ไหว้พระองค์ใหญ่

หลังจากไหว้พระกันเสร็จก็ออกเดินทางกันต่อ ระหว่างทางแวะซื้อสัปะรดกินกันมาถึงถิ่นก็ต้องกินกันสักหน่อย สัปะรดนางแล กับ สับปะรดภูแล แล้วรีบไปเช็คอินเข้าที่พักคืนที่ 3 ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของทริปนี้แล้วค่ะ

คืนสุดท้ายเราขอพักแบบบรรยกาศเชียงรายสักหน่อยเราเลือกพักที่ ภูใจใส รีสอร์ทค่ะ เป็นที่พักสไตล์บ้านดินผสมไม้ไผ่ ร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดอยู่บนเขา จะมีมดและแมลงเยอะนิดนึงเพราะใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริงค่ะ ที่มาต้อนรับพร้อม welcome drink เป็นน้ำสมุนไพรค่ะสีม่วงเข้มๆ ลืมถามว่าคือน้ำอะไร

หลังจากเช็คอินก็ออกเดินทางตรงไปยังแม่สายค่ะ แวะทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อและข้าวซอย เก้าซ่ารสเด็ดระหว่างทางค่ะ

มาถึงแม่สายอย่างแรกที่ต้องทำคือไปทำบัตรผ่านแดนที่อำเภอ ขอย้ำที่อำเภอเท่านั้นนะคะ อำเภอจะอยู่ซ้ายมือค่ะก่อนถึงด่าน จะมีป้ายใหญ่ๆ บอกระหว่าทางค่ะ ค่าทำคนละ 30 บาท สำหรับเด็กให้ลงชื่อเป็นผู้ติดตามค่ะ

ได้บัตรผ่านแดนเรียบร้อยแล้วค่ะ ขับตรงไปอีกหน่อยก็ถึงด่านแล้วค่ะ ไปหาที่จอรถกันเลยค่ะมี่ที่รับฝากรถอยู่หลายที่เลยค่ะเลือกได้เลยแต่ดูที่ปลอดภัยหน่อยนะคะ เสร็จแล้วก็เดินข้ามไปฝั่งท่าขี้เหล็กค่ะ ได้ของกันไปคนละอย่างคุณพ่อได้ซีรีส์ต่างประเทศ คุณแม่ได้แป้งทานาคา เจ้าลูกชายได้ของเล่นตามประสาเด็ก อยากไปทัวร์พม่านะคะ แต่สามีกลัวไม่กล้าไปเลยอดค่ะเสียดายมากอยากไปเจดีย์ชเวดากอง พอดีถิ่นกำเนิดเป็นคนอยุธยาแล้วเรียนวิชาท้องถิ่นของเรามาเยอะเลยอยากรู้ว่าเจดีย์ชเวดากองของจริงเป็นอย่างไร 5555

 

ออกจากด่านแม่สาย ขับรถต่อไปยังสามเหลี่ยมทองคำเพราะมีเวลาเหลือนัดเพื่อนกินข้าวเย็น ยังมีเวลาเหลือเยอะอยู่ งั้นไปสามเหลี่ยมทองคำกันดีกว่า

หลังจากไหว้พระกันเรียบร้อยก็ขับเลยไปทางเชียงแสนตั้งใจจะไปไหว้พระต่อที่วัดพระธาตุผาเงาค่ะ อุโบสถสวยดีค่ะ

ออกจากวัดพระธาตุผาเงาก็ได้เวลานัด Dinner กับเพื่อนแล้ว ก็ขับรถกลับเข้ามาทางแม่สาย มื้อเย็นนี้เรานัดทานข้าวกันที่ ครัวสุโขทัย ขอบอกว่าอาหารอร่อย บรรยากาศดี ใช้ได้เลยค่ะ

อิ่มแล้วฟ้ามืดแล้วต้องรีบกลับเข้าที่พักค่ะ ที่พักอยู่ไกล แถมทางขึ้นรีสอร์ทเป็นป่าด้วย ขอบอกว่าถ้าพักที่ภูใจใส ไม่ควรออกไปไหนยามฟ้ามืดค่ะ มันน่ากลัวมาก มืดมองไม่เห็นอะไรเลย ดีนะเจ้าตัวเล็กหลับไม่งั้นต้องร้องไห้โวยวายแน่ถ้าเจอทางมืดๆ แบบนี้ แต่พอถึงที่พักก็สบายใจแล้วค่ะ เจ้าตัวเล็กตื่นพอดีเลยไปลงอ่างแช่น้ำ แล้วเตรียมเข้านอนกันดีกว่า จบทริปไปอีก 1 วัน คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เชียงรายแล้วค่ะ ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยเสียงปลุกของคุณพ่อ “ตื่นเหอะ นอนไม่หลับ ไปใส่บาตรพระขี่ม้ากัน” พอดีระหว่างทางขึ้นมารีสอร์ทเห็นป้ายนำทางไปวัดถ้ำป่าอาชาทองค่ะ วัดนี้ในตอนเช้าจะมีพระขี่ม้ามาบิณฑบาตร ก็เลยรีบลุก แล้วออกเดินทางไปตามป้ายนำทางค่ะ รีบมากกลัวจะสายแล้วไม่ทันพระ แต่ปรากฏว่าพระมาตั้งเกือบ 8.30 น. นั่งรอไปตาจะหลับไป 55555 ส่วนของใส่บาตรจะซื้อเตรียมขึ้นมาหรือมาซื้อกับร้านที่วัดได้ค่ะ ถ้าเป็นของแห้งทางวัดจะนำกระจายไปตามวัดสาขาค่ะ แต่ถ้าของสดพระที่วัดก็จะนำไปฉันค่ะ

 

หลังจากใส่บาตรเสร็จก็กลับไปทานอาหารเช้าที่รีสอร์ท ดีนะที่กลับไปทันไม่งั้นอดกินเพราะอาหารเช้าจบตอน 10 ดมง กลับไปถึง 9.30 น. ยังทันอยู่ อาหารเช้าที่ภูใจใสถือว่าโอเคสุดสำหรับทริปนี้เพราะ ได้กินขนมปังปิ้งบนเตาถ่าน ที่มีขนมปังหลากหลายให้เลือก ได้กินทั้งออมเล็ทและไข่ดาวในจานเดียวกัน ที่อื่นมีแต่ไข่ดาวให้ ที่สำคัญบรรยากาศยามเช้าแล้วมองไปเห็นแต่ป่าเขามันช่างสวยงามอะไรอย่างงี้ มิน่าเห็นครอบครัวที่มานั่งกินก่อนนั่งแช่อยู่นานมาก เรามาทีหลังกินเสร็จก่อนอ่ะ

อิ่มแล้วจ้ากลับไปอาบน้ำ จัดกระเป๋าเตรียมตัวเช็คเอาท์  พอออกจากภูใจใสก็ขับรถแวะไปที่ไร่ชาฉุยฟงพอดีเป็นทางผ่านอีกเช่นกัน เขาบอกว่าตามรอยละครดังก็นั่งคิดกันไปว่าเรื่องอะไร คุณพ่อบอกว่าพี่อาทิตกับน้องณีหรือเปล่าแต่เราคิดว่าน่าจะเป็นเจ้าคุณกับใจ๋ หรือเปล่าเพราะเป็นฉากที่อยู่ในไร่ชาเสียส่วนใหญ่ ปรากฏว่าใช่แล้วตามรอยละครเรื่อง รักออกอากาศ นี่เอง ขึ้นไปถึงส่วนที่เป็นโรงเก็บชาและร้านค้าลมเย็นมาก มีใบชาขาย มีน้ำชาให้ชิม ขอบอกชาอูหลงน้ำผึ้งมะนาวอร่อยมากค่ะกลิ่นชาหอมละมุนอยู่ในปาก พร้อมกับรสเปรี้ยวหวานอร่อยลงตัว นั่งดื่มไปชมวิวรับลมไปมีความสุขค่ะ

เที่ยงพอดีเริ่มหิวแล้วขอขับรถย้อนกลับไปทางแม่สายเพื่อกลับไปกินข้าวเที่ยวที่ จันกะผัก ค่ะ

 

หลังจากนั้นก็ออกเดินทางตรงกลับเข้ามาทางเชียงราย ไปเที่ยวชมวัดร่องขุ่นต่อ ไม่ไปเดี๋ยวจะหาว่าไปไม่ถึงเชียงราย ไปถึงก็โอเคนะศิลปะมันสวยดี เก็บภาพมาฝากด้วยค่ะ

หลังจากวัดร่องขุ่นก็ขับเราเข้ามาทางในเมือง อ่ะเห็นวัดพระแก้วเลยเลี้ยวเข้าไปจอดรถไหว้อีกสักหน่อยก่อนจะกลับบ้าน

ไหว้พระเสร็จดูเวลา อ่ะยังเหลืออีกเยอะเลยพอดี flight กลับตั้ง 3 ทุ่ม งั้นไปร้านกาแฟชีวิตธรรมดานั่งกินเค้กดื่มกาแฟกันดีกว่า ร้านกาแฟธรรมดาให้ขับไปเส้นพหลโยธินออกจากตัวเมืองเชียงรายไปทางสนามบิน พอข้ามสะพานแม่น้ำกก จะเจอ 4 แยก ให้เลี้ยวซ้าย แล้วจะเจอซอยให้เข้าซอย 3 สุดซอยแล้วเลี้ยวซ้ายค่ะ ตรงข้ามร้านจะสามารถเข้าไปจอดรถได้ ร้านบรรยากาศน่ารักดีค่ะ ถ้าฝนไม่ตกก็อยากไปนั่งข้างนอกริมน้ำ ชมบรรยากาศแม่น้ำกก แต่วันที่ไปฝนตกและแม่น้ำกกแห้ง เลยนั่งในร้าน เมนูที่สั่งกันวันนี้ เจ้าตัวเล็กเลือกช็อกโกแล็ตเชค คุณพ่อสั่งคาปูชิโนเย็น คุณแม่สั่งมอคค่าเย็น เสริฟพร้อมเค้กมะพร้าว

เมื่ออิ่มแล้วเวลายังเหลืออีกเยอะ แต่ไม่รู้จะทำอะไร ไปนั่งรอเวลาที่สนามบินละกันเอารถไปส่งคืน รอเดินทางกลับ และบ๊ายบายเชียงราย ถ้ามีโอกาสจะกลับมาแน่นอนเพราะชอบบรรยากาศที่นี่มาก

Bye Bye เชียงราย แล้วเจอกันใหม่

 

 

56,177 total views, 15 views today